ชีวิตรักในม.ปลาย ตอนที่ 2 ค่ายจริยธรรม
posted on 24 Apr 2009 17:18 by d15329
ขออภัยในบางคำไม่สุภาพนะครับ
...
...
ในที่สุดก็ได้เวลาเข้าค่ายแล้ว
ขณะนี้ผมได้อยู่บนรถทัวร์ที่จะเดินทางไปค่ายแล้ว ครั้งนี้ผมได้เลือกที่นั่งที่อยู่หลังจีจี้เลยครับแบบติดๆ
ขณะเดินทางผมมีการเปิดเพลงผ่านมือถือของนักเรียนในห้อง ผมคือ Dancer ประจำรถเลย แล้วส่วนใหญ่ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันคั่งบอยแบน ซึ่งเน้นเพลงรัก เขาทางผมหมด แล้วส่วนใหญ่ท่าเต้นจะลงท้ายด้วยการชี้ไปทางน้องจีจี้นี้ อาทิ เช่น ช่วยไปน่ารักไกลๆหน่อย (จำได้เพลงเดียว= =")
และแล้ว ก็ถึงค่ายจนได้
วันที่หนึ่ง
ได้มีการเปิดค่ายก่อน ก็มีพวกอาจารย์แล้วพระอาจาร์ออกมากล่าวสุนทรภพและแนะนำตัวพระอาจารย์แล้วพี่ เลี้ยง ซึ่งผมจำชื่อไ่ม่ได้ซักคน = =" มีการอธิบายกฎของค่าย และสถานที่ต่างๆ
กิจกรรม
ฟังเทศ ฟังธรรม และนั่งสมาธิ
หลังจากที่เสร็จกรรมแล้ว
ก็ได้เวลากินข้าว ต้องพนมท่อง ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง ชาวนาอดอยาก ฯลฯ
เสร็จก็ได้เวลาอาบน้ำนอน เฮ้อ~~มันช่างหน้าเบื่อเสียจริงเลยวันแรก
มันมาหนุกตอนอาบน้ำแหละครับ ฮะๆๆ โดดลงบ่อเลย มีถอดกางเกงในควง ปาขัน ปากางเกงใน ปารองเท้า มันมาก
เรือนนอนจะมีสองชั้นเลือกตามสะดวก
สุดท้ายก็นอน เฮ้อ วันแรกช่างรวดเร็วนัก
วันที่สอง
ตีห้า
"เห้ยตื่นๆ ตื่นได้แล้ว อาบน้ำกัน คนเค้าไปอาบน้ำหมดแล้วเนี้ย" ผมปลุกเพื่อนๆ(เก่ง,หอยและพีช โป้งและแรป นอนชั้นสอง)
เราก็ไปอาบน้ำอย่างสงบตอนเช้ายังไม่เริ่มเทศการปาสิ่งของ
วันนี้ประเดิมด้วย สวดมนต์ ก่อน นี้แล้วสิ่งที่รร.เราภูมิใจมากที่สุด เอ่อ เพราะสวมมนต์กันได้แทบทุกบทอะรร.ผม ก็เลยได้รับคำชมกลับพระอาจารย์นี้หละ
แล้วพระก็สนทนาธรรมให้ฟังต่อ มีเหตุการไม่คาดฝันเกิดขึ้น !!! พวกเรา(นักเรียกทุกคน) คุยกันเสียงดังมากไม่ฟังพระ
"อ่าวเงียบๆ เสียงดังแล้ว ... อาตมาจะทำยังไงกับพวกเธอดีเนี้ยฮะ จะให้ลงโทษยังไง ห๊ะ!!!! มีใครจะออกมารับโทษไหม ใครจะออกมารับโทษแทนเพืื่อยบ้าง ห๊ะ!!!" พระอาจารย์ใหญ่ตะบะแตก
เพื่อนก็ออกไปรับโทษแทนพวกเรา ค่อยๆออกไปทีละคนสองคน ในใจผมคิดว่า
"ใครไม่มั่นใจกลับเข้าไปได้นะเพราะถ้าเธอออกมาจะต้องเป็นทาสรับใช้ของทุกคนที่อยู่ในแถว"
ใจผมมันใฝ่อธรรมนินา ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกครับมันต้องนึกถึงหลักเหตุผลและความจำเป็นว่าเราออกไปแล้วได้ไร
อ่าวจัดไป
"อาตมาจะลงโทษพวกเธอยังไงดีเนี้ย งั้นนั่งท่าเทพบุตรไปเรื่อยๆ จนกว่าอาตมาจะบอกให้หยุด"
พระอาจารย์เริ่มสนธนาธรรมต่อ ผ่านไปไปสักครึ่งชั่วโมง พวกที่ออกไปรับโทษเริ่มหน้า ตัวสั่น น้ำตาคอเบ้า (เห้ย ลงแดงหรอ) มันปวดมากอะครับท่าเนี้ย ตอนนี้เพื่อนทุกคนก็เริ่มเห็นใจไอพวกนั้นแล้ว
"เห้ย สู้ๆ นะ"
มีเสียงตะโกนมาจากในแถว
"สู้ต่อไป"
ในใจผม
"พวก-ึงจะออกกันไปทำไมกัน พระอาจารย์ก็บอกไม่มั่นใจกลับได้ -ึงมั่นใจ-ึงจะร้องทำไม กูละเกียดพวกทำตัวเป็นฮีโร่ กูไม่ซึ้งหรอกนะ"
จนถึงเวลาพักทานอาหาร พวกทาสของพวกผม(คนที่ออกไปรับโทษจะต้องทำตามคำสั่งของคนในแถวทุกคน)ก็ยังไม่ ได้กินข้าว ทุกคนในแถวได้ถาดข้าวกันหมดแล้ว บางคนกำลังจะจ้วงเลย พระอาจารย์เตือนสติก่อน
"พวกเธอกินกันให้อิ่มเลยนะให้พวกนี้มันนั่งดูพวกเธอกินไป"
น่านสติกลับคืน ทุกคิดได้เริ่มลุกไปหาข้าวมาให้ทาสทั้งหลายกิน อาหารพวกทาสหรูมาก มีทั้ง โออิชิ เป็บซี่แคน โอวันติน นมปรี้ยว ขนม นม เนย ฯลฯ
"ดูดิแม่งกินหรูกว่าเราอีก" ผมพูดให้เพื่อนที่นั่งข้างๆฟัง
คนในแถวหลายคนลุกไปป้อนข้าวให้พวกทาสกินกันเพราทาสห้ามใช้มือต้องนั้นท่าเทพบุตรไปเรื่อยๆ
ตอนนั้นผมรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจึงต้องลุกออกไปคุยกับอาจารย์พี่เลี้ยงอีกคนหนึ่ง
"พระอาจารย์ครับ ผมอยากรู้ว่าพวกนี้มันออกไปทำไมกัน รู้ว่าทำไม่ได้ทำๆไม อยากเป็นฮีโร่หรอ"
"ไม่รู้สิ" พระอาจารย์พี่เลี้ยงตอบ
ผมก็กลับเข้าที่
หลังจากที่ป้อนข้าวให้พวกทาสกินเสร็จแล้ว พวกเราก็ลุกไปล้างจานกัน เหตุการณืชุลมุนก็เริ่มสงบ
แต่สงบเพียงไม่นานเห้ยการต่อไปก็มาอีกแล้ว
"รองเท้าพวกนี้ของใครพวกทาสมาเก็บไปไว้หน้าเวทีสิ" พระอาจารย์โกรธอีกแล้ว
ลองเท้าเยอะมาก สามสิบ คู่ได้มั้งเนี้ย
"เธอจะทำยังไงกับรองเท้าพวกนี้ ฮะ"
ทุกคนเงียบกันหมด
"ตอบมาสิ"
ผมรวบรวมความกล้าตะโกนออกไป
"ไปวางไว้ที่เดิมสิครับ"
ผลออกมาเงียบเหมือนเดิม เพียงแต่สายตาจ้องมาที่ผม
"ยังไม่ได้คำตอบใช้ไหม อาจารย์จะให้ร้อยรองเท้าเป็นพวงมาลัยสวมคอครูของพวกเธอ ขอเชิญคุณครูสามท่านครับ"
ก็มีคุณครูออกมาสามคน ไอพวกทาสก็นั่งร้อยพวงมาลัยรองเท้าหน้าตาเฉย
ในใจผม
"อ่าว ไอเ-ี้ย -ึงยังจะร้อยอีกจะ -ึงเห็นครูเป็นอะไรว่า พระเป็นพ่อ-ึงหรอ ต้องทำตามคำสั่งตลอด สั่งให้-ึงไปตายจะไปไหม"
ผมคิดอยากจะต่อยทั้งเพื่อนทั้งพระอะครับไม่กลัวแล้วบาป ทำกับครูผมได้ไง
ผมรวบรวมความกล้าตะโกนอีกที
" -ึงจะร้อยทำไมวะ ไม่มีพวงมาลัยก็ไม่ต้องสวมคอ พระอาจารย์คงไม่ลงมือร้อยเองหรอก"
ผลเหมือนเดิม เงียบ และมองมาที่ผม
ไอพวกทาสยังคงร้อยร้องเท้าต่อไป
เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง
"ยังหาข้อสรุปไม่ได้ใช้ไหม งั้นทำตามคำสั่งของพระอาจารย์ได้หละก็จะให้อภัย คือเกม นั่งเข่า ให้นักเรียน หญิง และ ชาย นั่งเข้าต่อไปเรื่อยๆ เป็นวงกลม ชายหนึ่งวง หญิงหนึ่งวง วงละ 20 คน ผู้ชายนั่ง20นาที ผู้หญิงนั่ง10นาที"
ยากมากครับพี่น้อง งานนี้ผมได้มีส่วนร่วมหนึ่งในยี่สิบคน
จากนั้นก็เริ่มแบ่งวง 5 นาทีแรก หมูมาก พอระยะเริ่มไม่ไหว มีเพื่อนๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงหาน้ำ หาน้ำมันมวย เอาพัดมาพัด ช่วยกันเชียร์ อย่างเอาเป็นเอาตาย
ผมว่าเกมนี้แหละสร้างสรรค์ที่สุดเท่าที่เคยทำมา และสุดทายเราต้องทำสำเร็จอยู่แล้ว ^^
หลังจากที่กลุม่ผู้ชายทำเสร็จแต่กลลุ่มผู้หญิงยังไม่ไปไหนเลย ในกลุ่มนั้นมี จีจี้ และ ชมพู่อยู่ด้วย ผมทำพลาดไปเรื่องคือ ผมลมชมพู่ไปสนิทเลย ทั้งที่เคยบอกเธอว่ารักนักรักหนา ผมกับคอยเชียร์แต่จีจี้อยู่คนเดียว ทั้งๆที่จีจี้มีคนคอยดูแลเยอะอยู่แล้ว
พอพวกผู้หญิงทำสำเร็จ หนึ่ง เพื่อนสนิทของชมพู่ก็เดินมาคุยกับผม
"ไม่สนใจชมำพู่เลยนะโด้"
ผมรู้สึกไม่ดีมากเลยกลับการกระทำในวันนี้...
หลังจากจบกิจกรรมนี้ เราก็ได้นั่งสมาธิพักผ่อน แล้วรับประทานอาหารเย็น เมื่อทานเสร็จแล้วก็นั่งสมาธิต่อถึงประมาณทุ่มครึ่ง ไปดับหมดวัด ม้อแปลงระเบิด สุดยอด นี้ถ้าไปไม่ดับ ได้นั่งยาวอีก 3-4 ชั่วโมง ชัวร์
ความเป็นระเบียบหายไป เริ่มแบ่งกลุ่มเป็นวงๆ หนึ่งวงมีเทียนหนึ่งเล่ม
แต่ละวงทำกิจกรรมไม่เหมือนกัน บางคนก็ุคุณกันทั่วๆไป บางวงก็เล่าเรื่องผี บางวงก็ฟังธรรมจากพระอาจารย์
บางก็ดึงขนอุย เป็นเชื้อเพลิงให้เปรวเทียน วัดความยาวขอวเส้นขน (โรคจิตชนิดหนึ่ง)
พอตกดึกผมมานั่งกลุ่มเดียวกลับพระอาจารย์ฟังพระอาจารย์เล่าเรื่องผี
มีเพื่อนคนนึงเดินมา
"เห้ยๆ กูไปส่งจีจี้มา เค้ากลัวเปียกผม เค้าเอาเสื้อ-ูคุมหัวเนี้ย" ผมหันควับ
"จริงหรอวะ" ผมกระชากเสื้อมาดมแล้วถูกับใบหน้า (เรื่องจริงไม่อิงนิยาย)
เพื่อนคนอื่นก็ขำ(มีอยู่7-8คนละมั้งครับ)
สุดท้ายก็เข้านอน
วันที่สาม วันสุดท้าย
ตื่นเช้า อาบน้ำตามปกติ
วันนี้กิจกรรมแรกเดินจงกลม เฮ้อ~~ เท้าเปล่าอีก ถนนลุกรัง บ้าง เป็นดิน บ้างเป็นหิน(หินเจ็บ)
จุดหมายคือต้นไทร พระอาจารย์ก็ไปหยุดอยู่หน้าต้นไทรแล้วเล่าที่มาต่างๆ ของต้นไทร และค่ายนี้
หลังจากนั้นก็รับประทานอาหารมื้อสุดท้าย ให้ป้อนข้าวคนนั่งตรงข้าม(ผู้หญิงไม่สวยเลย = =")
ผมจัดให้อย่างงามคำแรก ผัดกระเพา+ลอดช่อง ฮาแดรก เธอกินไปได้ไงไม่ไม่รู้ ช้อนสอง ข้าว+พริกชี้ฟ้า
ฮา อีก ฮะๆๆ สนุกมากครับ งานส่งท้ายเนี้ย
สุดท้ายก็เดินทางกลับ
แต่เดี่ยวก่อน บนรถมีคนแปลกหน้ามาหนึ่งคน
"นายชื่อไร"
"ต้อม"
"ลุกมาเต้นด้วยกันป่าว"
"ไม่อะ"
จนบัดนี้ไอพวกเด็กใหม่ทำตัวเงียบมันตบหัวผมเป็นว่าเล่น
...
...
ในที่สุดก็ได้เวลาเข้าค่ายแล้ว
ขณะนี้ผมได้อยู่บนรถทัวร์ที่จะเดินทางไปค่ายแล้ว ครั้งนี้ผมได้เลือกที่นั่งที่อยู่หลังจีจี้เลยครับแบบติดๆ
ขณะเดินทางผมมีการเปิดเพลงผ่านมือถือของนักเรียนในห้อง ผมคือ Dancer ประจำรถเลย แล้วส่วนใหญ่ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันคั่งบอยแบน ซึ่งเน้นเพลงรัก เขาทางผมหมด แล้วส่วนใหญ่ท่าเต้นจะลงท้ายด้วยการชี้ไปทางน้องจีจี้นี้ อาทิ เช่น ช่วยไปน่ารักไกลๆหน่อย (จำได้เพลงเดียว= =")
และแล้ว ก็ถึงค่ายจนได้
วันที่หนึ่ง
ได้มีการเปิดค่ายก่อน ก็มีพวกอาจารย์แล้วพระอาจาร์ออกมากล่าวสุนทรภพและแนะนำตัวพระอาจารย์แล้วพี่ เลี้ยง ซึ่งผมจำชื่อไ่ม่ได้ซักคน = =" มีการอธิบายกฎของค่าย และสถานที่ต่างๆ
กิจกรรม
ฟังเทศ ฟังธรรม และนั่งสมาธิ
หลังจากที่เสร็จกรรมแล้ว
ก็ได้เวลากินข้าว ต้องพนมท่อง ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง ชาวนาอดอยาก ฯลฯ
เสร็จก็ได้เวลาอาบน้ำนอน เฮ้อ~~มันช่างหน้าเบื่อเสียจริงเลยวันแรก
มันมาหนุกตอนอาบน้ำแหละครับ ฮะๆๆ โดดลงบ่อเลย มีถอดกางเกงในควง ปาขัน ปากางเกงใน ปารองเท้า มันมาก
เรือนนอนจะมีสองชั้นเลือกตามสะดวก
สุดท้ายก็นอน เฮ้อ วันแรกช่างรวดเร็วนัก
วันที่สอง
ตีห้า
"เห้ยตื่นๆ ตื่นได้แล้ว อาบน้ำกัน คนเค้าไปอาบน้ำหมดแล้วเนี้ย" ผมปลุกเพื่อนๆ(เก่ง,หอยและพีช โป้งและแรป นอนชั้นสอง)
เราก็ไปอาบน้ำอย่างสงบตอนเช้ายังไม่เริ่มเทศการปาสิ่งของ
วันนี้ประเดิมด้วย สวดมนต์ ก่อน นี้แล้วสิ่งที่รร.เราภูมิใจมากที่สุด เอ่อ เพราะสวมมนต์กันได้แทบทุกบทอะรร.ผม ก็เลยได้รับคำชมกลับพระอาจารย์นี้หละ
แล้วพระก็สนทนาธรรมให้ฟังต่อ มีเหตุการไม่คาดฝันเกิดขึ้น !!! พวกเรา(นักเรียกทุกคน) คุยกันเสียงดังมากไม่ฟังพระ
"อ่าวเงียบๆ เสียงดังแล้ว ... อาตมาจะทำยังไงกับพวกเธอดีเนี้ยฮะ จะให้ลงโทษยังไง ห๊ะ!!!! มีใครจะออกมารับโทษไหม ใครจะออกมารับโทษแทนเพืื่อยบ้าง ห๊ะ!!!" พระอาจารย์ใหญ่ตะบะแตก
เพื่อนก็ออกไปรับโทษแทนพวกเรา ค่อยๆออกไปทีละคนสองคน ในใจผมคิดว่า
"ใครไม่มั่นใจกลับเข้าไปได้นะเพราะถ้าเธอออกมาจะต้องเป็นทาสรับใช้ของทุกคนที่อยู่ในแถว"
ใจผมมันใฝ่อธรรมนินา ไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกครับมันต้องนึกถึงหลักเหตุผลและความจำเป็นว่าเราออกไปแล้วได้ไร
อ่าวจัดไป
"อาตมาจะลงโทษพวกเธอยังไงดีเนี้ย งั้นนั่งท่าเทพบุตรไปเรื่อยๆ จนกว่าอาตมาจะบอกให้หยุด"
พระอาจารย์เริ่มสนธนาธรรมต่อ ผ่านไปไปสักครึ่งชั่วโมง พวกที่ออกไปรับโทษเริ่มหน้า ตัวสั่น น้ำตาคอเบ้า (เห้ย ลงแดงหรอ) มันปวดมากอะครับท่าเนี้ย ตอนนี้เพื่อนทุกคนก็เริ่มเห็นใจไอพวกนั้นแล้ว
"เห้ย สู้ๆ นะ"
มีเสียงตะโกนมาจากในแถว
"สู้ต่อไป"
ในใจผม
"พวก-ึงจะออกกันไปทำไมกัน พระอาจารย์ก็บอกไม่มั่นใจกลับได้ -ึงมั่นใจ-ึงจะร้องทำไม กูละเกียดพวกทำตัวเป็นฮีโร่ กูไม่ซึ้งหรอกนะ"
จนถึงเวลาพักทานอาหาร พวกทาสของพวกผม(คนที่ออกไปรับโทษจะต้องทำตามคำสั่งของคนในแถวทุกคน)ก็ยังไม่ ได้กินข้าว ทุกคนในแถวได้ถาดข้าวกันหมดแล้ว บางคนกำลังจะจ้วงเลย พระอาจารย์เตือนสติก่อน
"พวกเธอกินกันให้อิ่มเลยนะให้พวกนี้มันนั่งดูพวกเธอกินไป"
น่านสติกลับคืน ทุกคิดได้เริ่มลุกไปหาข้าวมาให้ทาสทั้งหลายกิน อาหารพวกทาสหรูมาก มีทั้ง โออิชิ เป็บซี่แคน โอวันติน นมปรี้ยว ขนม นม เนย ฯลฯ
"ดูดิแม่งกินหรูกว่าเราอีก" ผมพูดให้เพื่อนที่นั่งข้างๆฟัง
คนในแถวหลายคนลุกไปป้อนข้าวให้พวกทาสกินกันเพราทาสห้ามใช้มือต้องนั้นท่าเทพบุตรไปเรื่อยๆ
ตอนนั้นผมรู้สึกทนไม่ไหวแล้วจึงต้องลุกออกไปคุยกับอาจารย์พี่เลี้ยงอีกคนหนึ่ง
"พระอาจารย์ครับ ผมอยากรู้ว่าพวกนี้มันออกไปทำไมกัน รู้ว่าทำไม่ได้ทำๆไม อยากเป็นฮีโร่หรอ"
"ไม่รู้สิ" พระอาจารย์พี่เลี้ยงตอบ
ผมก็กลับเข้าที่
หลังจากที่ป้อนข้าวให้พวกทาสกินเสร็จแล้ว พวกเราก็ลุกไปล้างจานกัน เหตุการณืชุลมุนก็เริ่มสงบ
แต่สงบเพียงไม่นานเห้ยการต่อไปก็มาอีกแล้ว
"รองเท้าพวกนี้ของใครพวกทาสมาเก็บไปไว้หน้าเวทีสิ" พระอาจารย์โกรธอีกแล้ว
ลองเท้าเยอะมาก สามสิบ คู่ได้มั้งเนี้ย
"เธอจะทำยังไงกับรองเท้าพวกนี้ ฮะ"
ทุกคนเงียบกันหมด
"ตอบมาสิ"
ผมรวบรวมความกล้าตะโกนออกไป
"ไปวางไว้ที่เดิมสิครับ"
ผลออกมาเงียบเหมือนเดิม เพียงแต่สายตาจ้องมาที่ผม
"ยังไม่ได้คำตอบใช้ไหม อาจารย์จะให้ร้อยรองเท้าเป็นพวงมาลัยสวมคอครูของพวกเธอ ขอเชิญคุณครูสามท่านครับ"
ก็มีคุณครูออกมาสามคน ไอพวกทาสก็นั่งร้อยพวงมาลัยรองเท้าหน้าตาเฉย
ในใจผม
"อ่าว ไอเ-ี้ย -ึงยังจะร้อยอีกจะ -ึงเห็นครูเป็นอะไรว่า พระเป็นพ่อ-ึงหรอ ต้องทำตามคำสั่งตลอด สั่งให้-ึงไปตายจะไปไหม"
ผมคิดอยากจะต่อยทั้งเพื่อนทั้งพระอะครับไม่กลัวแล้วบาป ทำกับครูผมได้ไง
ผมรวบรวมความกล้าตะโกนอีกที
" -ึงจะร้อยทำไมวะ ไม่มีพวงมาลัยก็ไม่ต้องสวมคอ พระอาจารย์คงไม่ลงมือร้อยเองหรอก"
ผลเหมือนเดิม เงียบ และมองมาที่ผม
ไอพวกทาสยังคงร้อยร้องเท้าต่อไป
เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง
"ยังหาข้อสรุปไม่ได้ใช้ไหม งั้นทำตามคำสั่งของพระอาจารย์ได้หละก็จะให้อภัย คือเกม นั่งเข่า ให้นักเรียน หญิง และ ชาย นั่งเข้าต่อไปเรื่อยๆ เป็นวงกลม ชายหนึ่งวง หญิงหนึ่งวง วงละ 20 คน ผู้ชายนั่ง20นาที ผู้หญิงนั่ง10นาที"
ยากมากครับพี่น้อง งานนี้ผมได้มีส่วนร่วมหนึ่งในยี่สิบคน
จากนั้นก็เริ่มแบ่งวง 5 นาทีแรก หมูมาก พอระยะเริ่มไม่ไหว มีเพื่อนๆ ที่ไม่ได้อยู่ในวงหาน้ำ หาน้ำมันมวย เอาพัดมาพัด ช่วยกันเชียร์ อย่างเอาเป็นเอาตาย
ผมว่าเกมนี้แหละสร้างสรรค์ที่สุดเท่าที่เคยทำมา และสุดทายเราต้องทำสำเร็จอยู่แล้ว ^^
หลังจากที่กลุม่ผู้ชายทำเสร็จแต่กลลุ่มผู้หญิงยังไม่ไปไหนเลย ในกลุ่มนั้นมี จีจี้ และ ชมพู่อยู่ด้วย ผมทำพลาดไปเรื่องคือ ผมลมชมพู่ไปสนิทเลย ทั้งที่เคยบอกเธอว่ารักนักรักหนา ผมกับคอยเชียร์แต่จีจี้อยู่คนเดียว ทั้งๆที่จีจี้มีคนคอยดูแลเยอะอยู่แล้ว
พอพวกผู้หญิงทำสำเร็จ หนึ่ง เพื่อนสนิทของชมพู่ก็เดินมาคุยกับผม
"ไม่สนใจชมำพู่เลยนะโด้"
ผมรู้สึกไม่ดีมากเลยกลับการกระทำในวันนี้...
หลังจากจบกิจกรรมนี้ เราก็ได้นั่งสมาธิพักผ่อน แล้วรับประทานอาหารเย็น เมื่อทานเสร็จแล้วก็นั่งสมาธิต่อถึงประมาณทุ่มครึ่ง ไปดับหมดวัด ม้อแปลงระเบิด สุดยอด นี้ถ้าไปไม่ดับ ได้นั่งยาวอีก 3-4 ชั่วโมง ชัวร์
ความเป็นระเบียบหายไป เริ่มแบ่งกลุ่มเป็นวงๆ หนึ่งวงมีเทียนหนึ่งเล่ม
แต่ละวงทำกิจกรรมไม่เหมือนกัน บางคนก็ุคุณกันทั่วๆไป บางวงก็เล่าเรื่องผี บางวงก็ฟังธรรมจากพระอาจารย์
บางก็ดึงขนอุย เป็นเชื้อเพลิงให้เปรวเทียน วัดความยาวขอวเส้นขน (โรคจิตชนิดหนึ่ง)
พอตกดึกผมมานั่งกลุ่มเดียวกลับพระอาจารย์ฟังพระอาจารย์เล่าเรื่องผี
มีเพื่อนคนนึงเดินมา
"เห้ยๆ กูไปส่งจีจี้มา เค้ากลัวเปียกผม เค้าเอาเสื้อ-ูคุมหัวเนี้ย" ผมหันควับ
"จริงหรอวะ" ผมกระชากเสื้อมาดมแล้วถูกับใบหน้า (เรื่องจริงไม่อิงนิยาย)
เพื่อนคนอื่นก็ขำ(มีอยู่7-8คนละมั้งครับ)
สุดท้ายก็เข้านอน
วันที่สาม วันสุดท้าย
ตื่นเช้า อาบน้ำตามปกติ
วันนี้กิจกรรมแรกเดินจงกลม เฮ้อ~~ เท้าเปล่าอีก ถนนลุกรัง บ้าง เป็นดิน บ้างเป็นหิน(หินเจ็บ)
จุดหมายคือต้นไทร พระอาจารย์ก็ไปหยุดอยู่หน้าต้นไทรแล้วเล่าที่มาต่างๆ ของต้นไทร และค่ายนี้
หลังจากนั้นก็รับประทานอาหารมื้อสุดท้าย ให้ป้อนข้าวคนนั่งตรงข้าม(ผู้หญิงไม่สวยเลย = =")
ผมจัดให้อย่างงามคำแรก ผัดกระเพา+ลอดช่อง ฮาแดรก เธอกินไปได้ไงไม่ไม่รู้ ช้อนสอง ข้าว+พริกชี้ฟ้า
ฮา อีก ฮะๆๆ สนุกมากครับ งานส่งท้ายเนี้ย
สุดท้ายก็เดินทางกลับ
แต่เดี่ยวก่อน บนรถมีคนแปลกหน้ามาหนึ่งคน
"นายชื่อไร"
"ต้อม"
"ลุกมาเต้นด้วยกันป่าว"
"ไม่อะ"
จนบัดนี้ไอพวกเด็กใหม่ทำตัวเงียบมันตบหัวผมเป็นว่าเล่น
#1 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-04-24 17:45